วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การศึกษาเรื่องมัลติมีเดีย

สื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
ความหมาย/ความรู้พื้นฐาน/องค์ประกอบสื่อมัลติมีเดีย
ความหมายสื่อมัลติมีเดีย
ในอดีต สื่อมัลติมีเดียหรือสื่อประสมจะหมายถึงการนำสื่อหลาย ๆ ประเภทมาใช้ร่วมกัน เช่นรูปภาพ เครื่องฉายแผ่นโปร่งใส เทปบันทึกเสียง วีดีโอ ฯลฯ ในปัจจุบันสื่อมัลติมีเดีย หมายถึงการมใช้คอมพิวเตอร์แสดงผลในลักษณะผสมสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยข้อมูล จะรวมรูปแบบของ ตัวอักษร รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และ วิดีโอ และนำสื่อมาใช้ในการศึกษา จึงเรียกว่าสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
ความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสื่อมัลติมีเดีย
คอมพิวเตอร์ ในยุคแรกๆ ใช้มีขนาดใหญ่มาก ใช้ไฟฟ้าจำนวนมากทำให้เครื่องมีความร้อนสูงมีข้อผิดพลาดได้ง่ายและทำงานด้วยภาษาเครื่อง และเริ่มมีการพัฒนาเรื่อย ๆ จน ปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็ก ลง และมีประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลสูง และมีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในด้านการศึกษาใน 2 ลักษณะคือ ด้านการบริหารจัดการ ได้แก่ งานทะเบียน งานธุรการ ประวัติและข้อมูลการเงินและพัสดุ และด้านการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ การนำเสนอเนื้อหา บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI และปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ในลักษณะของ e-Learning
ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม(Behaviorism)
นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในกลุ่มนี้คือ สกินเนอร์ (B.F. Skinner) เชื่อว่า การเรียนรู้ของมนุษย์เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมภายนอก และเชื่อในทฤษฎีการวางเงื่อนไข โดยมีแนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง การให้การเสริมแรง การนำทฤษฎีพฤติกรรมนิยมมาประยุกต์ใช้ในการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การแบ่งเนื้อหาบทเรียนออกเป็นหน่วยย่อยจากง่ายไปสู่ยาก ในลักษณะเส้นตรง (Linear) โดยมีการบอกเป้าหมายและจุดประสงค์ของแต่ละหน่วยอย่างชัดเจน


ทฤษฎีปัญญานิยม(Cognitivism)
นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนี้คือ คราวเดอร์ (Crowder) ทฤษฎีนี้เน้นเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล นักทฤษฏีกลุ่มนี้ให้ความสนใจศึกษาองค์ประกอบในการจำ ที่ส่งผลต่อความจำระยะสั้น ความจำระยะยาว และความคงทนในการจำ การนำทฤษฎีปัญญานิยมมาประยุกต์ใช้ในการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การใช้เทคนิคสร้างความสนใจแก่ผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน คำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียน ในแง่ของการเลือกเนื้อหาการเรียน การเลือก กิจกรรมการเรียน การควบคุม
ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ (Scheme Theory)
ทฤษฏีนี้เชื่อว่าโครงสร้างภายในของความรู้ของมนุษย์นั้นมีลักษณะที่เชื่อมโยงกันเป็นกลุ่ม หรือโหนด (Node) การที่มนุษย์จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ นั้น จะเป็นการนำความรู้ใหม่ ๆ ไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่มีอยู่ นอกจากนั้น ทฤษฎีนี้ยังเชื่อเกี่ยวกับความสำคัญของการรับรู้ โดยเชื่อว่าไม่มีการเรียนรู้ใด เกิดขึ้นโดยปราศจากการรับรู้ การรับรู้จะเป็นการสร้างความหมายโดยการถ่ายโอนความรู้ใหม่
องค์ประกอบและประเภทของสื่อมัลติมีเดีย
http://learners.in.th/blog/wannee2007/76026ประเภทของสื่อมัลติมีเดีย มี 2 ประเภท คือ
1.สื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอ เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบในการนำเสนอข้อมูลสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาโดยใช้คอมพิวเตอร์ร่วมเป็นฐานในการนำเสนอข้อมูลด้วย เช่น ควบคุมการเสนอภาพไลด์มัลวิชั่น ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นในรูปการสื่อสารทางเดียว ผู้รับข้อมูลจะเป็นกลุ่มย่อย จนถึงกลุ่มใหญ่
2. สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบ โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานในการผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปกำหนดไว้จะเป็นในลักษณะสื่อมัลติมีเดียเชิงปฏิสัมพันธ์ เป็นลักษณะการสื่อสารแบบสองทาง ผู้รับข้อมูลใช้เรียนด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่มย่อย 2-3 คน

ไม่มีความคิดเห็น: